image credit:Nicole Pierce
หลายๆคนมีความฝัน แต่ว่าเวลาที่ผ่านไป
จากเด็กเป็นผู้ใหญ่ทำให้เราละทิ้งความฝันนั้นไป
หลายๆคนมีความฝัน แต่การมีชีวิตอยู่บนความจริง
ทำให้ความฝันนั้นจางลงไปตามกาลเวลา

มันเหมือนกับช่วงชีวิตของแต่ละคน
ตั้งแต่เด็กเราเกิดมา เราทุกคนต่างมีความฝัน
ตอนเราเป็นเด็ก เราไม่ยึดติดกับความเป็นจริงมาก
ทำให้เราฝันล่องลอยไปเรื่อยๆและมีความสุขกับความฝันนั้น
แต่พอโตขึ้นมา ความเป็นจริง กลายเป็นกรอบ
ทีทำให้บางคนต้องละทิ้งความฝันของตัวเองเมื่อครั้งยังเยาว์วัย

ฝันของคนที่เป็นเด็ก

หลายๆคนอยากเป็นนักบิน
หลายๆคนอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน
หลายๆคนอยากเที่ยวรอบโลก
หลายๆคนอยากมีโดเรมอนเป็นของตัวเอง
หลายๆคนอยากท่องอวกาศ
หลายๆคนอยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่

หลายๆฝันอาจจะเป็นจริงได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
แต่จะเห็นว่าฝันของคนที่เป็นเด็ก ไม่ยึดติดกับกรอบของความเป็นไปได้

พอเราโตขึ้นมา เราถูกสอน ถูกกำหนด
ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ ทำให้ความฝันของเรา
กลายเป็นความฝันที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงมากขึ้น

ฝันของคนที่โตขึ้น

หลายๆคนฝันอยากมีบ้านของตัวเอง
หลายๆคนฝันอยากทำงานที่ชอบ
หลายๆคนฝันอยากมีกิจการของตัวเอง
หลายๆคนฝันอยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก
หลายๆคนฝันอยากเข้าเรียนคณะที่ตัวเองชอบ

ความฝันแต่ละคนล้วนเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
แต่ความฝันก็มีค่า
ความฝันทำให้ความจริงของเราในทุกวันมีความหมายมากขึ้น
เพราะเรามีสิ่งที่อยากทำให้ได้ในสักวันอยู่

ความฝันทำให้คนเรามีความหวังในชีวิต
ทำให้เรามีกำลังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

เพียงแค่อย่าหลงลืมความฝัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะเป็นอะไร
ไม่ว่าความฝันนั้นจะเล็กหรือใหญ่
เพราะสักวันเราอาจจะมีโอกาสทำฝันนั้นให้เป็๋นจริงขึ้นมา