เปลือกกล้วยของชีวิต

image credit:Quinn Dombrowski
สวัสดีค่ะ วันนี้จะพูดถึง เปลือกกล้วยของชีวิต

ขึ้นมาแบบนี้คงงงว่าหมายถึงอะไร เปลือกกล้วยของชีวิตนั้น
ทุกๆคนต่างมีเหมือนกันค่ะ มันคืออุปสรรคที่ทำให้ชีวิตคนเราสะดุด
แต่คนเรามักจะเลือกตอบสนองต่อเหตุการณ์สะดุดเปลือกกล้วยต่างกันค่ะ
มีอยู่ 2 อย่างที่คนเราจะคิด เมื่อเกิดเหตุการณ์แย่ๆขึ้นในชีวิตค่ะ
1.ไม่น่าเกิดขึ้นกับเราเลย ทำไมต้องเป็นเราด้วย
การที่คุณเลือกตอบสนองแบบนี้ แสดงว่า
คุณเลือกที่จะเป็นเหยื่อของเหตุการณ์หรือสถานการณ์นั้นๆค่ะ
คุณยอมที่จะจำนนต่อสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
โดยมองว่ามันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
2.ดีจังเลยที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดีจังที่มันไม่รุนแรงไปกว่านี้
โชคดีที่เราได้เรียนรู้เหตุการณ์นี้ในวันนี้
ถ้าคุณคิดแบบนี้ คุณเลือกที่จะควบคุมชีวิตของตัวเอง และอยู่เหนือสถานการณ์นั้น
ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักชีวิตนักร้องชาวเกาหลีคนหนึ่งค่ะ
เขามีชื่อว่า พาร์ค แจบอม หรือว่าเจย์ พาร์ค
เจย์ พาร์คนั้นเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีค่ะ
เกิดที่อเมริกา เคยเป็นหัวหน้าวงทูพีเอ็มมาก่อน
เขามีความสามารถในการเต้นบีบอย,ร้องแรพ
เป็นหนึ่งในคนที่ประธานบริษัทเจวายพี(ค่ายเดียวกับเรน)
ทำการออดิชันด้วยตัวเองแล้วผ่าน แล้วรับมาเป็นเด็กฝึกหัดที่เกาหลี
ในขณะที่ชีวิตเขากำลังรุ่งโรจน์และกำลังทะยานขึ้นสูง
ก็เกิดเหตุการณ์สะดุุดเปลือกกล้วยชีวิตอันหนึ่งขึ้น
นั่นคือ เขาถูกแอนตี้แฟนแฮ็คมายสเปซ
และนำเอาข้อความส่วนตัวที่คุยกับเพื่อนมาตีแผ่ในสื่อเกาหลี
ข้อความส่วนตัวนั้นถูกสื่อตีความในเชิงว่าเกลียดประเทศเกาหลี
เจย์ พาร์ค ขณะนั้นจึงตกอยู่ในสถานภาพลำบากมาก
เพราะเริ่มมีคนต่อต้านเขา และต้องการเห็นเขาถูกลงโทษ
บางคนถึงกับบอกให้เขาไปฆ่าตัวตาย
เขาได้ออกจดหมายเปิดผนึกเพื่อขอโทษชาวเกาหลี
เนื้อความในจดหมายเปิดเผยความในใจว่า
ตอนที่เขาเขียนข้อความนั้นยังเด็กมาก
และเพิ่งมาเกาหลีในขณะที่ครอบครัวเขาอยู่อเมริกาหมด
เขาไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรม อาหาร และความเป็นอยู่ในเกาหลี
ในขณะที่มีความกดดันเพราะเจอการฝึกที่โหด
และไม่รู้ว่าจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินเมื่อไร
จึงเขียนข้อความเหล่านั้นหาเพื่อน
แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ชาวเกาหลีหลายๆคนโกรธ
เพราะรู้สึกเหมือนถูกทรยศจากไอดอลที่เขาๆชื่นชอบ
เจย์พาร์ค จึงรับผิดชอบโดยลาออกจากวง และกลับอเมริกา
ในขณะที่เขาอยู่อเมริกานั้น เขาได้ทำงานพิเศษในร้านยาง
ได้เงินชั่วโมงละ 10$ เขาไม่ยอมแพ้ ยังคงซ้อมเต้นบีบอยกับเพื่อนๆ
และออกไปแข่งขันอยู่เสมอ
อยู่มาวันหนึ่ง
เขาตัดสินใจว่าจะสู้ต่อในหนทางของตัวเอง
เขาได้อัพโหลดคลิปวีดีโอเพลงที่เขาอัดโดยใช้เว็บแคมจากคอมพิวเตอร์
ไม่มีการตัดต่อเนี้ยบๆ ไม่มีเอฟเฟคตระการตา ฉากหลังเป็นห้องน้ำในบ้านเขาเอง
เป็นเพลงcover  ของ  B.O.B  ชื่อเพลง  nothing on you
คลิปนั้นถูกส่งต่อไปเรื่อยๆจนมียอดวิวถึงสองล้านวิวภายในเวลา
24  ชั่วโมง จนทำให้เขาได้ออกผลงานในเกาหลีอีกครั้ง
คือเพลง  nothing on you เวอร์ชันเกาหลีที่เจย์ พาร์ค
แต่งท่อนแร็พเอง เพลงนี้ขึ้นสู่อันดับหนึ่งในหลายๆชาร์ท
ต่อมาเขาจึงได้เซ็นสัญญากับSidus Hq ซึ่งค่ายนี้
เปิดโอกาสให้เขาทำเพลงแนวที่เขาต้องการ
แม้ว่าจะไม่ใช่ค่ายเพลงที่มีระบบชัดเจนเหมือนค่ายJYP,YG
แต่เขาได้สิ่งที่สำคัญกว่านั้นมานั่นคือ
“อิสรภาพ”
อิสรภาพในการเขียนเพลงที่อยากเขียน
อิสรภาพในการโปรดิวซ์งานตัวเอง
หลังจากนั้นเขาได้ออกมินิอัลบั้มชื่อ Take a deeper look มินิอัลบัมนี้
ได้ขึ้นไปถึงชาร์ทบิลบอร์ดในหมวด world music โดยได้อันดับที่  3
และปี  2012 เขาได้ออกอัลบัมเต็มชื่อว่า New breed
โดยอัลบัมนี้เขาโปรดิวซ์ เขียนเพลงทั้งหมด รวมถึงแต่งทำนองด้วย
อัลบัมได้ขึ้นไปถึงอับดับ 1 itune อเมริกาในหมวดเพลงอาร์แอนด์บี,โซล
จากเหตุการณ์นี้จะเห็นได้ว่า เขาเลือกตอบสนองต่อสถานการณ์อีกแบบหนึ่ง
ทำให้เขาสามารถกลับมารุ่งโรจน์ในวงการเพลงได้อีกครั้งค่ะ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาเลือกตอบสนองแบบแรก
คือคิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อของสถานการณ์ หรือเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับเราเลย
ถ้าเขาเลือกที่จะยอมแพ้และยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ก็คงไม่มีเจย์ พาร์คที่ทำเพลงของตัวเองอย่างอิสระแบบทุกวันนี้
ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราค่ะ
ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ชะตาชีวิตล่วงหน้า
เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้ทั้งนั้น
ความผิดพลาดในชีวิตมันเป็นแค่เปลือกกล้วยที่เราบังเอิญสะดุดล้มไป
เราก็แค่หยิบมันแล้วโยนไปทิ้งถังขยะความทรงจำ
ไม่ต้องจำว่าเราเคยพลาดอะไรในอดีต
สิ่งที่สำคัญคือ เราเรียนรู้อะไรบ้างจากการผิดพลาดนั้น
วันข้างหน้าเราจะได้ไม่ทำผิดพลาดในเรื่องเดิมๆ
2015-02-02T07:25:09+00:00กุมภาพันธ์ 2nd, 2015|