สวัสดีค่ะ


หนังสือของเราที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วนะคะ


มาดูความเชื่อ(บางอันก็ผิดๆ)ของหลายๆคนกันดีกว่าค่ะ

1.การเขียนให้บล็อคได้ตีพิมพ์คือต้องได้ไลค์เยอะ

ถูกค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด การเขียนแล้วได้ไลค์เยอะ
เป็นเพียง”ประตู”เท่านั้น แต่ว่ามันมีประเด็นอื่นๆอีกค่ะ
เช่น ความน่าสนใจของบล็อค,ธีมโดยรวมของการเขียนบล็อค,
เนื้อหาเหมาะสมกับการทำเป็นหนังสือหรือไม่,ความสม่ำเสมอในการเขียน
แต่ต้องตอบตรงๆเลยว่า การได้ไลค์บ่อยมีส่วนมากๆค่ะ 
กับการพิจารณาของสำนักพิมพ์

2.เขียนไปเรื่อยๆเดี๋ยว”โชคดี”ก็ได้ตีพิมพ์

อันนี้เป็นแนวคิดที่กำปั้นทุบดินมากๆค่ะ
เช่น สมมติมีคนมาถามเราว่า ทำยังไงให้เขียนได้เก่งๆ
เขียนไปเรื่อยๆนั้นถูกครึ่งเดียวค่ะ ถ้าเราถามกลับว่า
อย่างนี้ เรานั่งคัดก.ไก่ทั้งหน้าแล้วกัน ก็”เขียนไปเรื่อยๆ”เหมือนกันไง
งั้นเดี๋ยวก็คงเก่งขึ้น?หรือเทียบกับการวาดรูป งั้นเรานั่งวาดวงกลมไปเรื่อยๆ
วาด 10 หน้า ก็คงเก่งขึ้น?

การเขียนไปเรื่อยๆเหมือนกับ
การตอบคำถาม “ทำยังไงจึงจะสอบได้” 
แล้วคุณตอบว่า “อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ”

เกิดวิชาที่คุณจะสอบเป็นวิชาเลข แล้วคุณอ่านชีววิทยาคุณจะสอบได้ไหมคะ?
เปล่าเลยค่ะ… เพราะการเขียนไปเรื่อยๆ คุณขาดสิ่งที่เรียกว่า “จุดหมาย” 
ก่อนอื่นคุณต้องมีจุดหมายก่อนค่ะ
แล้วคุณจะรู้ว่าการที่คุณต้องเก่งเรื่องนั้นๆ

คุณต้องฝึกอะไรบ้าง การเขียนนิยายให้เก่ง ต่างจากการเขียนบทความให้เก่ง
การวาดรูปเหมือนกัน คุณต้องรู้ว่าการที่คุณจะวาดรูปให้เก่ง
คุณต้องฝึกอะไร เช่น anatomy,สี การเขียนไปเรื่อยๆโดยที่สิ่งที่คุณเขียน
ไม่ตรงกับจุดหมายที่คุณอยากเป็น
เท่ากับเหนื่อยเกิน เหมือนเดินอ้อมโดยใช่เหตุ

และการเดินอ้อมไปก็ใช่ว่าจะทำให้คุณไปถึงจุดหมายที่ต้องการด้วย

***edit:เขียนไปเรื่อยๆได้ค่ะ ถ้าจุดหมายของคุณคือเขียนเพื่อผ่อนคลาย
คุณไม่ได้อยากเป็นนักเขียน แต่คุณเขียนบล็อคเพราะความสนุก

3.เขียนแรงๆให้คนคอมเมนต์เยอะๆ เดี๋ยวพอบล็อคดัง เราก็ได้ตีพิมพ์เอง

เปล่าค่ะ…การเขียนแรงๆนั้นจะทำให้คนสนใจคุณชั่วครู่เท่านั้น
แต่ไม่ใช่ระยะยาวค่ะ นอกนั้นภาษาที่แรงเกิน
ทำให้ทางสำนักพิมพ์พิจารณาปฏิเสธได้เหมือนกัน

4.traffic สูงๆ คนเข้าเยอะๆเดี๋ยวเราก็ได้ตีพิมพ์เอง

บางบล็อคมีคนเข้าเยอะมากค่ะ แต่ไม่ได้ตีพิมพ์
เป็นเพราะขาดองค์ประกอบที่สำคัญในการที่จะได้พิมพ์เป็นหนังสือค่ะ
(ดูได้ด้านล่าง)

5.เราเขียนเก่งเดี๋ยวเราก็ถุกค้นพบ ถ้าเนื้อหาดีจริง เดี๋ยวเราก็ได้ตีพิมพ์

ถูกค่ะ แต่ครึ่งนึงเหมือนเดิม
ถ้าคุณไม่ได้ like เลย โอกาสที่คุณจะได้ตีพิมพ์

ก็มีค่ะ แต่น้อยลง และคุณต้องเป็นฝ่ายไปเสนอต้นฉบับและรับคำปฏิเสธ
อย่างที่บอกว่าการเขียนแล้วได้ไลค์หรือแชร์นั้นเป็นประตูก้าวแรกค่ะ

แต่สิ่งที่สำคัญที่เป็นหัวใจในการเขียน ไม่ใช่การมุ่งเน้นเขียนให้ได้ไลค์ค่ะ 
ไลค์เป็นผลพลอยได้จากการเขียนได้ดี มีคนชอบเฉยๆ 
 

การเขียนให้ได้ไลค์ได้แชร์เยอะๆ
คือคุณต้องเลิกคิดเรื่องอยากได้ไลค์ไปเลยจากใจค่ะ

โฟกัสที่เขียนให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ สื่อออกมาได้ตรงกับตัวคุณที่สุด
และให้ประโยชน์กับคนอ่านมากที่สุด
เหมือนคุณอยากมีชื่อเสียง คุณต้องเลิกคิดเรื่องอยากมีชื่อเสียง
แต่โฟกัสที่ทำงานให้ดีที่สุด
เหมือนคุณอยากอยู่สบาย คุณต้องเลิกคิดเรื่องอยากรวย
แต่โฟกัสที่ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำก่อนค่ะ

มาดูกันค่ะว่าที่จริงแล้วการเขียนบล็อคจนได้ตีพิมพ์นั้น บล็อคต้องมีอะไรบ้าง

1.”มีความชัดเจน”
 
บล็อคของคุณจะต้องมีความชัดเจน ชัดเจนในที่นี้คือ
มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนค่ะ
ว่าผู้อ่านของคุณคือใคร?อายุเท่าไร?งานอดิเรกเป็นอย่างไร?

แนวคิดการใช้ชีวิต เป็นอย่างไร?

สำหรับบล็อคนี้ เน้นที่ผู้อ่าน gen Y ค่ะ
คือรุ่นเดียวกับเราเป็นหลัก วัยประมาณวัยรุ่น-ทำงานตอนต้น
มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง

มีแนวคิดใช้ชีวิตแบบอิสระ บางคนอาจจะเป็นพนักงานประจำ
แต่มีความใฝ่ฝันที่จะทำอะไรของตัวเอง
มีการศึกษา ชอบอ่านอะไรที่มีสาระ แต่ไม่สาระจ๋า

แบบหนังสือวิชาการเกินไป
งานอดิเรกชอบวาดรูป เขียน อ่านการ์ตูน

เป็นสาเหตุที่ทำให้แนวภาพประกอบของหนังสือ
หรือการ์ตูนที่เราเขียนนั้นเนื้อหาจะต้องทำให้อ่านได้สองเพศค่ะ

สาเหตุที่คุณต้องมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
เพราะว่าความเสี่ยงทางฝั่งสำนักพิมพ์จะน้อยลงค่ะ
เนื่องจากเนื้อหาที่คุณสื่อออกไปนั้น

มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จะขายได้ง่ายกว่า

หลายๆคนอาจจะพยายามเขียนเอาใจคนทุกกลุ่ม
เขียนให้ถูกใจคนจำนวนมากเท่าที่ทำได้ ซึ่งจริงๆไม่ใช่นะคะ
การพยายามเขียนเพื่อเอาใจคนทุกกลุ่ม
ก็เหมือนพยายามเป็นปลาเล็กในบ่อปลาใหญ่ๆ
ลองคิดกลับกันดูค่ะ เราควรเป็นปลาใหญ่ในบ่อปลาเล็กๆ
คุณไม่จำเป็นต้องเขียนให้ถูกใจคนทุกคน
แค่มีเนื้อหาที่โดนใจคนบางกลุ่มก็พอค่ะ

2.”สำนวนในการเขียน”

สำนวนในการเขียนนี่ ก็สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายค่ะ
สิ่งที่คุณจะไม่เห็นในบล็อคนี้คือ
ภาษางุ้งงิ้งหรือภาษาวิบัติ เพราะถ้าเขียนแบบนั้น

โอกาสได้ตีพิมพ์น้อยค่ะ เพราะมันน่ารำคาญเวลาอ่าน
สำนวนในการเขียนนี่คือ ควรใช้สำนวนแบบคนคุยกันหรือเล่าให้ฟัง
มากกว่าจะใช้สำนวนเชิงวิชาการจะน่าสนใจกว่าค่ะ
ถ้าดูหนังสือที่มาจากบล็อค ส่วนใหญ่จะใช้สำนวนคุยกันทั้งนั้นค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับหุ้น,ธุรกิจ ถ้ามาจากบล็อค
สำนวนจะไม่เครียด ไม่ซีเรียสและใช้ศัพท์วิชาการมากนักค่ะ 

3.”คาแร็คเตอร์”

บล็อคที่ได้รับการตีพิมพ์ส่วนใหญ่จะมี“คาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน”ค่ะ
อยู่ที่เราวางคาแร็คเตอร์เราให้เป็นคนยังไง
ผ่านทางสำนวนการเขียนของเรา

สำหรับบล็อคนี้ เราวางตัวเป็นกันเองเหมือนพี่น้องค่ะ
นั่งคุยกันตามร้านกาแฟ

เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเรื่องนี้พูดจริงๆมันคือเรื่องของ branding นั่นเองค่ะ
เรื่องนี้เรามารู้ว่าลักษณะเราเป็นแบบนั้น
ตอนที่น้องหลายๆคนคอมเมนต์เราตอนเรียนจบคอร์ส
บอกว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนเป็นคนสนุกสนาน 
สอนแบบเป็นกันเอง เหมือนพี่น้อง 
ซึ่งมีน้องหลายคนมากๆคอมเมนต์มา ซึ่งเราก็ถ่ายทอดตรงนี้
ออกมาเป็นคาแร็คเตอร์ตัวเองผ่านบล็อคมานานแล้วค่ะ

4.”ความสม่ำเสมอ”

ในที่นี้คือความสม่ำเสมอทุกเรื่องค่ะ
-ความสม่ำเสมอในการอัพเดทบทความ
-ความสม่ำเสมอในสำนวนการเขียน
-ความสม่ำเสมอในการวางตัว
บางบล็อคน่าสนใจมาก แต่ขาดความสม่ำเสมอในสำนวน
แต่ขาดการอัพเดทที่ต่อเนื่อง บล็อคนั้นเลยไม่ได้รับการตีพิมพ์ค่ะ

5.”Theme” 

ธีมหรือเรื่องหลักๆที่เราเขียนถึงบ่อยๆ
อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหลายๆคนขึ้นฮ็อต ขึ้นหน้าแรก ได้รับการคอมเมนต์เยอะ
แต่ไม่ได้รับการตีพิมพ์ก็เพราะตรงนี้
บล็อคนี้ธีมคือมุมมอง “การใช้ชีวิตอิสระ”,
“การตามความฝันตัวเองโดยทำสิ่งที่รัก” ค่ะ
ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้หนังสือได้ตีพิมพ์
ทั้งนี้ บ.ก.อาจจะเห็นความเป็นไปได้ในการตีพิมพ์งานของเรา
แล้วช่วยแนะแนวทางในการเขียน ซึ่งตอนหลัง
มันอาจจะกลายเป็นธีมของบล็อคก็ได้

สุดท้ายนี้ก็อยู่ที่การเปิดโอกาสให้ตัวเองค่ะ
อย่างบล็อคนี้ ได้รับการติดต่อจากบ.ก.โดยตรง ในการทำเป็นหนังสือ
แต่เราไม่ได้อยู่เฉยๆนะคะ ตอนที่ exteen เปิดให้ลงทะเบียน
นักอยากเขียน เราก็ไปลงชื่อด้วย
ถ้าไม่ได้รับการติดต่อ แล้วอยากเป็นนักเขียนมาก ก็เสนอต้นฉบับเลยค่ะ
มีแต่เสมอตัวกับได้พิมพ์ สองอย่าง อย่างมากก็โดนปฏิเสธ
โลกไม่แตกสักหน่อย 🙂 ลองดูนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

แต่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเขียนบล็อคแล้วได้พิมพ์คือ “เริ่มเขียน” ค่ะ