image credit:ジミー リー
สวัสดีค่ะในชีวิตคนเราจะเจอกับงาน 2 ประเภทค่ะ

1.งานเลี้ยงชีพ
หรือที่เรียกว่า bread and butter work
คืองานที่เราทำมาหากินนั่นเองค่ะ ไม่ว่างานนั้นจะเป็น การรับจ้างวาด,การรับออกแบบ,หรือรับทำอะไรก็ตาม
แม้แต่งานประจำก็เข้าข่ายงานลักษณะนี้2.งานสนองความต้องการ(ตัวเอง)
งานประเภทนี้ คืองานที่เราทำโดยไม่มีใครบังคับ แม้ว่าจะไม่ได้เงิน
งานประเภทนี้ สำหรับบางคน เป็นงานที่ไม่ทำให้เกิดรายได้
แต่ทำแล้วมีความสุขค่ะ สำหรับบางคน ทำแล้วก่อให้เกิดรายได้ด้วย

หลายๆคนจะเจอปัญหาที่ว่า

-เวลาทำงานมักจะเอางานสนองนี้ด กับงานเลี้ยงชีพไปปะปนกัน
เช่น เวลารับจ้างทำงาน อยากทำตามใจตัวเองมากๆ ไม่ฟังลูกค้า

-อยากทำงานสนองนี้ด แต่ทำแล้วไม่เกิดรายได้ เลยณ.ปัจจุบัน เลยท้อ
ถ้าถามเราว่างานสนองนี้ดที่เกิดรายได้มีไหม
มีค่ะ แต่คุณต้องมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งแล้ว

ถ้าคุณอยากทำงานสนองความต้องการตัวเองเพียงอย่างเดียวแล้วอยู่ได้-ทำงานประจำ แต่อยากลาออกมาทำงานสนองความต้องการตัวเองอย่างเดียว
โดยยังไม่มีฐานลูกค้ามากพอ

ในความเป็นจริงแล้วเวลาเราทำงาน สิ่งที่เราต้องคำนึงคือเรื่องปากท้อง
สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น งานที่ทำเลี้ยงชีพ
คืองานที่’สนองความต้องการของผู้อื่น’ ไม่ใช่ของตัวเราเองค่ะ
การสนองความต้องการของผู้อื่น คือ ‘สิ่งที่มีตลาด’ นั่นเอง

ถ้าคุณอยากมีความสุขมากๆในการทำงาน
สิ่งที่คุณต้องหาคือ ‘จุดสมดุลย์’ ในการทำงานของคุณ
จุดสมดุลย์ที่ว่าคือความต้องการของผู้อื่นมาพบกับความต้องการของตัวเราเอง
นั่นคืองานสนองความต้องการที่ก่อให้เกิดรายได้ค่ะ
และงานนั้นคุณสามารถพัฒนาเป็นงานเลี้ยงชีพได้

ถ้าคุณอยากหาเลี้ยงชีพ ด้วยการสนองความต้องการของตัวเอง
คุณต้องหาตลาดให้เจอค่ะ และคุณต้องรู้ว่า กลุ่มลูกค้าของคุณ
คือกลุ่มไหน และความต้องการของคุณ
ตอบสนองความต้องการของเขาด้วยหรือเปล่า

ถ้าคุณยังหาตลาดไม่เจอ คุณต้องทำงานเลี้ยงชีพ ควบคู่ไปก่อน
แล้วหาเวลาว่าง ทำงานสนองนี้ดของตัวเองให้มากๆ
เป็นตัวของตัวเอง อย่างที่อยากเป็นจริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น คุณบอยด์ โกสิยพงศ์
ก่อนหน้าที่เขาจะดังมาก เขาไม่ได้เขียนเพลงแบบที่เขียนค่ะ
แต่จุดเปลี่ยนของเขา คือการที่เขียนเพลง ตามใจตัวเอง
โดยไม่สนใจว่าจะขายได้หรือไม่ได้

หรือ เช่น การที่เราทำงานเขียน โดยที่ไม่สนใจ ว่างานนั้น
จะขายได้หรือไม่ได้ ซึ่งงานประเภทนี้ seth godin เขียนใน linchpin
ว่าคือ gift ค่ะ หรือของขวัญสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านหรือเสพย์
gift หรือของขวัญนั้น คือคุณต้องทำโดยที่ไม่นึกถึงเรื่องเงินเลยค่ะ

สุดท้ายแล้ว คนที่ทำงานลักษณะนี้ ถ้าเป็นพนักงานองค์กร
คือ พนักงานที่องค์กรขาดไม่ได้ เป็นพนักงานที่เป็นคนขับเคลื่อนองค์กร
และคุณจะเจอจุดที่คุณมีความสุขมากในการทำงาน คือ
จุดที่งานเลี้ยงชีพ กับงานสนองความต้องการ มาเจอกันค่ะ
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องค้นหากันว่ามันคืองานอะไรกันแน่ปัญหาของคนส่วนมากก็คือ
มัวแต่ทำงานเลี้ยงชีพ โดยไม่มีเวลาทำงานสนองความต้องการของตัวเองเลย
แบบนี้จะทำให้คุณติดอยู่ในสถานภาพที่ไม่มีความสุขต่อไปเรื่อยๆค่ะ
เพราะคุณไม่กล้าที่จะเสี่ยง ที่จะเปลี่ยนแปลงทางเดินชีวิตตัวเอง
เพื่อทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขขึ้น

เราเคยเขียนการ์ตูนไว้ค่ะ ว่าชีวิตคนเราเหมือนรูบิค
การจะแก้รูบิคได้นั้น คือเราต้องโฟกัสทีละด้านของชีวิต
และไม่กลัวที่จะทำใหม่ เวลาที่มีสีไม่ตรง ในอีกด้านหนึ่ง

ชีวิตของคนเราก็เหมือนกันค่ะ
ถามตัวเอง ถ้าวันนี้เราต้องการงานที่มีความสุข
เริ่มที่การทำงานสนองความต้องการของตัวเองบ้างตั้งแต่วันนี้
แล้ววันหนึ่ง คุณจะเจอจุดสมดุลย์ที่ว่า
ถ้าคุณไม่เริ่มทำ วันที่คุณอยากมีความสุข
วันที่งานเลี้ยงชีพ กับงานสนองความต้องการเป็นสิ่งเดียวกัน
มันคงไม่มาถึง และคุณอาจจะต้องทำงานเลี้ยงชีพต่อไปเรื่อยๆ

อยากเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ จริงๆหรือเปล่าคะ?

อย่าหยุดค้นจนเจอ’จุดที่ใช่’ค่ะ
The reasonable man adapts himself to the world;
the unreasonable one persists in trying to adapt the world to himself.
Therefore all progress depends on the unreasonable man.George Bernard Shaw

คนที่มีเหตุผลเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้ากับโลก
คนที่ไม่มีเหตุผลต่อต้านและพยายามจะเปลี่ยนโลกเข้ากับตัวเอง
ความก้าวหน้าทั้งหลายจะเกิดจากคนไม่มีเหตุผล

จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์