เออออออ เรื่องนี้ตอบยากเหมือนกัน 555 บลอคโซโล่ฟรีสไตล์นี่จะเน้นดิบๆไม่สังเคราะห์คำตอบมาก เอาง่ายๆโง่ๆนะ เพราะเราเองยังไม่รู้ในบางครั้ง อย่างเช่น บางเอนทรี่เขียนไปตั้งใจเขียนมาก กะว่าฮิตแน่ๆแต่กลับไม่นิยม เอนทรี่บางอัน เขียนเล่นๆแต่เป็นที่นิยมก็มีค่ะ แต่โดยส่วนมากแล้วการจะเขียนให้เป็นที่นิยมต้องใช้จิตวิทยาพอสมควร เช่น การเดาว่าเรื่องอะไรนำสมัยขณะนั้น คนสนใจเรื่องอะไรอยู่?

 

 

แต่พอดีเราเป็นคนไม่ชอบติดตามดราม่า เลยเลิกติดตาม facebook feed,twitter feed ของคนอื่นๆไปพักใหญ่แล้ว อยากจะดูของใครค่อยพิมพ์ url ดู มันเลยไม่มีข้อมูลสดๆในเรื่องที่คนกำลังอินขณะนั้นมาเขียน เรียกได้ว่าหลังๆจะออกแนวฮิตไม่ฮิตไม่เป็นไร เพราะปัจจัยที่ทำให้ฮิตมันมีหลายอย่าง

บางเรื่องที่เราไม่คิดว่าเขียนไปแล้วคนจะฮิตมาเซิร์จทีหลังก็อย่างเช่น คิตตี้,อุปกรณ์วาดสีน้ำ หรือที่ฮิตมากก็รวม 10 แอปที่ควรมีในแอนดรอยด์ของ illustcourse ส่วนที่ฮิตแบบมากๆแล้วคนอื่นๆเขียนก็มีฮาวทูสีน้ำโดยน้องแพรกับน้องเมย์ทากแก้ว

ดังนั้นเราคิดว่าควรเลิกคิดจะเขียนในสิ่งที่ฮิต แต่เขียนสิ่งที่น่าสนใจและน่าบอกต่อจะดีกว่า เพราะสุดท้ายเดี๋ยวมันก็ฮิตไปเอง ถ้าเราเขียนในสิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆอันนี้โน็ตไว้เตือนตัวเองด้วยเพราะบางทีเวลาฟีดแบ็คน้อยๆทั้งๆที่ตั้งใจเขียนก็มักจะสงสัยว่าทำไมวะ จริงๆไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหรอก แค่เขียนออกมาและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อก็พอแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบในสิ่งที่เราเขียนทั้งหมดหรอก

ในฐานะที่เป็นบลอคเกอร์ก็ยอมรับว่าเราก็อยากได้การยอมรับเช่นกัน แต่บางทีมันก็ต้องอาศัยหลายๆอย่าง มันไม่ใช่ว่าจะได้อย่างใจทั้งหมด แต่หลักการเขียนเบื้องต้นเคยพูดไปในเอนทรี่ก่อนๆแล้วว่าต้องนึกถึงผู้อ่านเป็นหลักอันดับแรก นั่นก็คือเขียนในสิ่งที่คนอื่นอยากอ่านด้วย ไม่ใช่เขียนในสิ่งที่เราอยากเขียนอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นไดอารี่ไปค่ะ

จริงๆไดอารี่ก็น่าสนใจถ้าสำหรับคนที่ดังๆคนอื่นๆย่อมอยากรู้ว่าคนๆนั้นกำลังทำอะไรอยู่ นอกจากนี้ไดอารี่ออนไลน์ยังสามารถใช้ในการฝึกเขียนได้ดีอีกด้วย โดยการเขียนไดอารี่ออนไลน์นั้นเป็นการฝึกเล่าเรื่องเบื้องต้น ซึ่งการจะเขียนให้ดีก็ต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องให้เป็นและสนุกสนานก่อนค่ะ หรือถ้าไม่ใช่เรื่องที่สนุกสนาน ทักษะการเขียนก็ยังจำเป็นอยู่ดีสำหรับนักวาดนะ เพราะเวลาเขียนคำบรรยายภาพเราต้องมีการเขียน

ในฐานะของคนที่เคยเขียนแล้วได้ฮ็อตเอนทรี่จากเอ็กซ์ทีนมาร้อยกว่าอัน การเขียนให้เป็นที่นิยมนั้น ต้องเข้าถึงจิตใจคน พูดง่ายๆคือมันต้องไปจึ้กจุดใดจุดหนึ่งของคน เอาแค่การแต่งประโยคๆหนึ่งให้ได้ก่อน เราต้องหัดตั้งคำถามให้ตัวเอง ยกตัวอย่างประเด็นที่จึ้กใจคน เช่น เกรดมีผลต่อชีวิตหรือไม่ ถ้าเขียนเอนทรี่นี้เต็มๆ เชื่อขนมกินเลยว่า มันน่าจะเป็นเอนทรี่ที่มีการส่งต่อ ถ้าเขียนดีๆ เข้าใจง่ายๆนะ

การเขียนให้เป็นที่นิยมไม่ใช่การใช้ภาษาสวิงสวาย แต่เป็นภาษาบ้านๆ ง่ายๆนี่แหละ เหมือนภาษาที่เราพูดและสื่อสารกับคนอ่านโดยตรง เขาจะเข้าถึงเรา เราจะเข้าถึงเขาได้มากกว่าการเขียนภาษาที่ดูเหนือ

คำถามเขียนยังไงให้เป็นที่นิยมนะ เหมือนกับถามว่า วาดยังไงให้เป็นที่นิยมนะ คือเราก็รู้หลักการแหละ แต่ถามว่าจะทำไหม ให้ทำก็ทำได้ แต่อายุเยอะแล้วมันไม่อยากไปวิ่งตามเทรนด์ของน้องๆแล้ว วิ่งในเวย์ตัวเองมีคนชอบประมาณนึงไม่ได้ฮิตมากแต่คนรับรู้ในตัวตนของเราก็พอ การเขียนให้เป็นที่นิยม เดี๋ยวนี้ boost post หน่อยมันก็เป็นที่นิยมได้แล้วแล้วถามว่าเราทำไหม ไม่ปฏิเสธว่าทำค่ะ

ในช่วงหลังเพราะเฟซบุครีชหรือการเข้าถึงน้อยลงเนื่องจากมาร์ค ซัคปรับอัลกอ เพราะเราต้องการให้โพสต์มีคนเห็นมากที่สุดเนื่องจากเราทำงานสอน และใช้เนื้อหาเป็นการทำการตลาด ดังนั้นมันก็มีเนื้อหาที่ viral ด้วยตัวเองและ boost ด้วย แต่ถ้าเนื้อหาไม่ได้ดีมาก เงินที่ใช้ย่อมเยอะไปด้วยค่ะ ดังนั้นเนื้อหาที่ดีคือกุญแจของความคิด เข้าถึงคนง่าย ใช้ภาษาง่าย เนื้อหามีประโยชน์ ส่วนจะฮิตหรือไม่ฮิตปล่อยมันไปหรือใช้แรงเงินช่วย แต่ใช้ให้เป็นและถูกจังหวะแล้วกันค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งคือ ความสุขในการเขียน ถ้าไม่มีความสุขในการเขียนหรือการวาดเลย ฮิตไม่ฮิตเป็นอันจบค่ะ